skytradesevices

 
49tjf49edf:tContent:ContentUID
edf40wrjww2tContent:Content_Data
TUNA

 

 

ปลาทูน่า  TUNA




ปลาทูน่ามีคุณค่าทางโปรตีน และยังมีน้ำมันชนิดกรดไขมัน ไม่อิ่มตัว ได้แก่ กรด EPA & กรด DHA โดยกรด EPA จะช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเ ป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ส่วนกรด DHA จะช่วยบำรุงสมองและจอตา ที่สำคัญ ยังช่วยพัฒนาสมองในด้านความ จำ ซึ่งปลาทูน่ามีกรดดังกล่าวส ูงถึง 23 - 35 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าปลาชนิดอื่นๆ ดังนั้นจึงเหมาะมากที่จัดเป ็นเมนูให้กับเด็กและผู้สูงอายุ ทานได้ทุกวัย

 

ปลาทูน่า 

 

 

                

 

 


TUNA Packing & Shipping

From Phuket Fish Pier

to Phuket Airport  

and forward to Hong Kong Airport

การขนส่ง ปลาทูน่า

จาก เรือประมงหาปลา

ท่าเทียบเรือ ที่ จ.ภูเก็ต

ผ่านสนามบินภูเก็ต

เพื่อไป สนามบินฮ่องกง 




001

 


002

 


003

 

 



TUNA Packing & Shipping

From Phuket Fish Pier

to Phuket Airport  

and forward to Hong Kong Airport


การขนส่ง ปลาทูน่า

จาก เรือประมงหาปลา

ท่าเทียบเรือ ที่ จ.ภูเก็

ผ่านสนามบินภูเก็ต

เพื่อไป สนามบินฮ่องกง 

  

 

 

ปลาทูน่า หรือ ปลาโอ   อังกฤษ: Tuna เป็นปลาทะเลกลุ่มหนึ่ง ในเผ่า Thunnini วงศ์ Scombridae โดยเฉพาะในสกุลThunnus  จัดเป็นปลาเศรษฐกิจที่มีความสำคัญมาก เนื้อของปลาทูน่าจะมีสีชมพูหรือแดงเข้ม ต่างจากปลาทั่วไปที่มักจะมีเนื้อสีขาว นิยมเอามาทำเป็นปลากระป๋อง หรือปรุงสดต่าง ๆ เช่น ซาซิมิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

http://th.wikipedia.org

 


ปลาทูน่า มีลักษณะรวม คือ อาศัยอยู่เป็นฝูงในทะเลหรือมหาสมุทรห่างจากชายฝั่ง มีรูปร่างเพรียวคล้ายกระสวย บริเวณฐานครีบหูมีกลุ่มเกล็ดเล็ก ๆ ครีบหางเว้าลึก  เป็นปลาที่ว่ายน้ำได้รวดเร็วว่องไวมาก

 

ทูน่า ถือเป็นปลาที่ฮอตฮิตที่สุดอันดับหนึ่งในตระกูลปลาดิบเลยก็ว่าได้ ด้วยเนื้อสัมผัสที่เกือบจะเป็นเนื้อวัว แต่ให้รสชาติหวาน สดชื่น ชุ่มฉ่ำ ในแบบของเนื้อปลา จึงทำให้คอซูชิทั้งหลายต่างเรืยกหามากูโร มาเป็นอันดับหนึ่ง ปลาทูน่ามีหลายสายพันธุ์ ซึ่งพันธุ์ที่มีรสชาติดี ราคาสูง คือ Blue fin Tuna ญี่ปุ่นเรียก "ฮงมากูโร่" (ร้านอาหารไทยมักจะใช้ Yellow fin Tuna ซึ่งราคาถูกกว่า) ที่กว่าจะเติบโตเต็มที่ต้องใช้เวลานานหลายสิบปี ถึงจะมีขนาดยาวได้ถึง 3 เมตร (ในกรณีของ แปซิฟิก บูลฟิน) หรืออาจจะยาวถึง 4.3 เมตร ก็เป็นได้ (ในกรณีขอนอร์เทิร์น บลูฟิน) มีน้ำหนักได้ถึง 500 กิโลกรัมหรือมากกว่า ทำราคาขายในตลาดปลาของโตเกียวได้สูงถึงตัวละ 100,000 เหรียญ หรือกว่า 3 ล้านบาท 

 

 

 

                         

 

 

 

 

         

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชิ้นส่วนของทูน่า หรือ มากูโร่ ที่เป็นที่นิยมในท้องตลาดคือ โทโร่ (ท้อง) ซึ่งส่วนท้องของมากูโร่นี้ยังแบ่งเป็น โอโทโร่ (ท้องส่วนหน้า) และ ชูโทโร่ (ท้องส่วนหลัง) ส่วนที่เหลือมักจะเรียกรวม ๆ กันว่า อากามิ โดยโอโทโร่ เป็นส่วนที่มีน้อยที่สุดแต่ก็อร่อยที่สุดเช่นกันเพราะมันอุดมไปด้วยเนื้อนุ่ม ๆ และไขมัน ที่ให้ทั้งความหอม นุ่มลิ้นจนแทบละลายเมื่อเข้าไปอยู่ในปาก ทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โอโทโร่จึงเป็นชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในบรรดาชิ้นเนื้อทั้งหมดของมากูโร่ด้วย

 

โอโทโร่...ราชันย์แห่งซูชิ

 


 


 

 

 

 

 

 

 

 

โอโทโร่ (Otoro) คือ เนื้อส่วนท้องของปลาทูน่า หรือ Maguro ซึ่งถือว่าเป็นปลาที่ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานในแบบปลาดิบมากที่สุด เนื้อปลาทูน่าที่เราเห็นและรับประทานโดยส่วนใหญ่นั้นจะเป็นเนื้อแดงส่วนที่เรียกว่า อะคามิ (Akami) ซึ่งเป็นเนื้อส่วนกลางลำตัว ที่มีจำนวนมากและหาได้ง่าย แต่สำหรับส่วนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเนื้อที่อร่อยที่สุดของทูน่า คือเนื้อส่วนที่เรียกว่า โทโร่ (Toro) แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ชูโทโร่ (Chutoro) และโอโทโร่ (Otoro) ชูโทโร่ คือ เนื้อส่วนที่อยู่ใกล้กับครีบของปลาทั้งด้านบนและท้องส่วนหลัง เนื้อส่วนนี้มีรสสัมผัสที่หวานนุ่มกว่าอะคามิเพราะมีไขมันคั่นสลับเนื้อปลาอยู่ตลอดทั้งชิ้น ส่วนเนื้อท้องส่วนหน้าที่เรียกกันว่าโอโทโร่นั้น จะเป็นเนื้อที่มีไขมันแทรกซึมอยู่แทบทุกอณูของเนื้อปลาจนกลายเป็นลายหินอ่อนสวยงาม

 



       

 ความพิเศษของโอโทโร่ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นราชันย์แห่งซูชิจึงอยู่ที่ไขมันที่แทรกตัวอยู่ตลอดชิ้นปลานี้เอง เพราะไขมันดังกล่าวจะแตกตัวออกแทบจะทันทีที่นำเนื้อปลาเข้าปาก และละลายหายไป ทิ้งไว้เพียงความหวานชุ่มฉ่ำที่คุณสัมผัสได้ทั่วทั้งปาก อีกทั้งยังอยู่ที่ความหายากของเนื้อปลาบริเวณนี้ด้วย เหตุเพราะไม่ใช่ปลาทูน่าทุกตัวจะมีเนื้อส่วนพิเศษนี้ โอโทโร่นั้นจะมีเฉพาะในปลาทูน่าที่มีน้ำหนัก 100 กิโลกรัมขึ้นไป ซึ่งปลาทูน่าขนาดยักษ์เช่นนี้พบได้เพียงบริเวณกระแสน้ำอุ่นในทะเลลึก อย่างมหาสมุทรแปซิฟิกหรือแถบทะเลเมดิเตอเรเนียนเท่านั้น จึงทำให้สนนราคาของโอโทโร่นั้นสูงลิบลิ่วและไม่ใช่ร้านอาหารญี่ปุ่นทุกแห่งจะมีสุดยอดซูชิเช่นนี้ไว้บริการ

 

 

 


 

 

ปลาทูน่า ครีบเหลือง


 ปลาทูน่าครีบเหลืองเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลเขตร้อนที่อุณหภูมิของน้ำ 15-31 องศาเซลเซียส บริเวณละติจูด 52 องศาเหนือ ถึง 45 องศาใต้ ลองกิจูด 180 องศาตะวันตก ถึง 180 องศาตะวันออก อาศัยอยู่ตั้งแต่ระดับผิวน้ำจนถึงน้ำลึก 250เมตร  พบแพร่กระจายอยู่ทั่วไปแต่ไม่พบในทะเลเมดิเตอเรเนียน เป็นปลาที่มีการอพยพย้ายถิ่นอยู่ตลอดเวลา โดยปกติจะอยู่ในระดับผิวน้ำจนถึงระดับลึก 100 เมตร มักอาศัยอยู่เหนือระดับชั้นเทอร์โมไคลน์ และมักอาศัยอยู่บริเวณแนวสันเขาใต้น้ำบางครั้งพบรวมฝูงอยู่กับพวกปลาโลมาหรืออยู่กับขยะที่ล่องลอยในมหาสมุทร อาหารเป็นปลา หมึก และพวกปูและกุ้ง ปลาทูน่าครีบเหลืองจะมีความอ่อนไหวกับปริมาณออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำที่มีปริมาณต่ำ

ลักษณะที่เห็นได้ชัดของปลาทูน่าครีบเหลืองคือ ความกว้างที่สุดของลำตัวปลาอยู่บริเวณกึ่งกลางของครีบหลังอันแรก ครีบหลังอันแรกแยกออกจากครีบหลังอันที่สองอย่างชัดเจน ครีบหูมีความยาวถึงกึ่งกลางของฐานครีบหลังอันที่สองในปลาทูน่าขนาดใหญ่ ครีบหลังอันที่สองและครีบก้นมีขนาดยาวมาก (ยาวกว่าความยาวของครีบหลัง 20%) เมื่อผ่าท้องออกดูจะพบว่าด้านล่างของตับจะไม่ลาย ด้านหลังเป็นสีน้ำเงินดำ แล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง และสีน้ำเงินด้านล่างของลำตัว ปลาทูน่าครีบเหลืองขนาดใหญ่จะพบจุดสีเข้มเป็นแถวตามแนวดิ่งประมาณ 20 แถว ครีบหลังและครีบก้นมีสีเหลืองสด มีครีบเล็กสีเหลืองจำนวน 7-10 คู่ และที่ปลายของครีบเล็กจะเป็นสีดำ

                ขนาดของปลาทูน่าครีบเหลืองที่เคยจับได้และมีรายงานไว้ยาวสุด 239 เซนติเมตร โดยวัดจากด้านหน้าสุดของหัวถึงส้อมหาง น้ำหนักสูงสุดที่มีเคยมีการรายงานไว้ 200 กิโลกรัมและอายุสูงสุด 9 ปี

                ปลาทูน่าครีบเหลืองเป็นปลาที่นิยมรับประทานสด และเป็นวัตถุดิบในการทำปลาทูน่าบรรจุกระป๋องโดยความนิยมรองจากปลาทูน่าครีบยาว โดยปกติเนื้อปลาทูน่าครีบเหลืองจะมีสีแดงแต่เมื่อถูกความร้อนจะกลายเป็นสีขาว เนื้อแน่นไม่ยุ่ยทำให้บรรจุกระป๋องได้ง่าย

การจับปลาทูน่าครีบเหลืองจะจับได้ด้วยเครื่องมือประมงอวนล้อม เบ็ดตวัดปลาทูน่า เบ็ดลาก และอวนลอย ซึ่งสามารถจับปลาทูน่าครีบเหลืองขนาดเล็กและขนาดปานกลาง แต่วิธีทำการประมงที่สำคัญที่สุดในการจับปลาทูน่าครีบเหลืองขนาดใหญ่ ที่อาศัยอยู่ในระดับลึกคือเบ็ดราว


 

 

ปลาทูน่า ครีบ สีน้ำเงิน

 

 

ปลาทูน่าสีน้ำเงินใต้เป็นปลาทูน่าขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรในเขตอบอุ่นในระดับความลึก 50-2743 เมตร ระหว่างละติจูดที่ 30 องศาใต้ ถึง 50 องศาใต้ ลองกิจูด 61 องศาตะวันตก ถึง 82 องศาตะวันออก สามารถอยู่ในระดับอุณหภูมิต่ำระหว่าง 5-20 องศาเซลเซียส พบแพร่กระจายอยู่ในทะเลเขตอบอุ่นถึงเขตหนาวในมหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ในระยะวางไข่ปลาขนาดใหญ่จะอพยพไปบริเวณทะเลเขตร้อนทางฝั่งตะวันตกของออสเตรเลีย บริเวณละติจูดที่ 10 องศาใต้เนื่องจากอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการวางไข่และการเติบโตของลูกปลาวัยอ่อนอยู่ที่ 20-30 องศาเซลเซียส อาหารจะเป็นพวกปลาชนิดต่างๆ รวมทั้งหมึก และพวกกุ้งและปู

ลักษณะที่เห็นได้ชัดของปลาชนิดนี้คือ ความกว้างที่สุดของลำตัวปลาอยู่กึ่งกลางของครีบหลังอันที่หนึ่ง ตัวค่อนข้างอ้วนสั้น หัวโต ตาโต ครีบหลังแยกออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน สันที่คอดหางมีสีเหลือง 
           ขนาดของปลาทูน่าสีน้ำเงินใต้ที่ใหญ่ที่สุดมีความยาวมากกว่า 225 เซนติเมตร แต่ที่พบทั่วไปมีขนาด ประมาณ 160-200 เซนติเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 150 กิโลกรัม มีรายงานว่าเคยพบปลาชนิดนี้ยาวถึง 245 เซนติเมตร และเคยพบน้ำหนักสูงสุด 260 กิโลกรัมอายุที่พบมากที่สุดคือ 20 ปี

ปลาทูน่าชนิดนี้นิยมรับประทานเป็นปลาดิบ การประมงหลัก ได้แก่การทำเบ็ดราวบริเวณประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

 


ปลสทูน่า ครีบ ยาว

 

 ปลาทูน่าครีบยาวเป็นปลาทูน่าขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรในเขตอบอุ่น ระหว่างละติจูดที่ 59 องศาเหนือ ถึง 46 องศาใต้ ลองกิจูด 180 องศาตะวันตก ถึง 180 องศาตะวันออก อาศัยบริเวณผิวน้ำจนถึงกลางน้ำ ในระดับ 0 - 600 เมตรอุณหภูมิระหว่าง 10 - 25องศาเซลเซียส พบแพร่กระจายอยู่ในมหาสมุทรทั้งเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่นรวมทั้งแถบทะเลเมดิเตอเรเนียนแต่จะไม่พบบริเวณผิวน้ำบริเวณละติจูดที่ 10 องศาเหนือ ถึง 10 องศาใต้ และพบแพร่กระจายอย่างกว้างขวางในแถบฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกระหว่างละติจูดที่ 50 องศาเหนือ ถึง 40 องศาใต้ และมักจะสับสนกับปลาทูน่าตาโตวัยอ่อนเนื่องจากมีลักษณะคล้ายกันมากโดยเฉพาะลักษณะของท้องที่ยาวและกลมเหมือนกัน ปลาทูน่าครีบยาวเป็นปลาที่อพยพย้ายถิ่นอยู่เสมอ มักพบชุกชุมอยู่บริเวณผิวน้ำที่อุณหภูมิระหว่าง 15.6-19.4 องศาเซลเซียส แต่จะพบปลาขนาดใหญ่ที่อุณหภูมิน้ำอยู่ระหว่าง 13.5-25.2 องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 9.5 องศาเซลเซียสจะทนได้ไม่นาน มักอยู่รวมฝูงกับปลาทูน่าชนิดอื่นๆ อาหารจะเป็นพวกปลา ปูและกุ้ง รวมทั้งหมึก

ลักษณะที่เห็นได้ชัดของปลาทูน่าชนิดนี้คือ ความกว้างที่สุดของลำตัวปลาอยู่ทางท้ายลำตัวมากกว่าปลาทูน่าชนิดอื่นครีบท้องจะยาวถึง 30% ของความยาวตัว (วัดจากหัวถึงส้อมหาง) ครีบหลังแยกออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน เมื่อผ่าท้องพบว่าด้านล่างของตับจะเป็นลาย

นิยมนำมารับประทานสด รมควัน แช่แข็ง และบรรจุกระป๋อง สหรัฐอเมริกาทำการประมงปลาทูน่าชนิดนี้ในมหาสมุทรแปซิฟิกโดยต้องได้รับการรับรองจาก Marine Stewardship Council จึงมีการบริหารจัดการที่ดี

 

   New Products  

 

ปลาทูน่ามีคุณค่าทางโปรตีน และยังมีน้ำมันชนิดกรดไขมัน ไม่อิ่มตัว ได้แก่ กรด EPA & กรด DHA โดยกรด EPA จะช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเ ป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง

more

001 

more
 

002

more

003

more

 

     
  Links  

 

  1 ปลาทูน่า ครีบ สีน้ำเงิน


  2 เปลาทูน่า ครีบ สีเหลือง

 

  3 ปลาทูน่า ครีบ ยาว 

 

 

 

 

 

 

.

.

.

.

Contact  Us  :

 

 

 

Sky Trade Services Co.,Ltd. (Head Office)

223/1 Moo 3, Thepkasatri Road, Srisunthorn, Thalang, Phuket 83110, Thailand.

 

Tel  :  076-604549       Fax  :  076-604594       Mobile :  081-9682329

 

 

Sky Trade Service Co.,Ltd. (Airport Office)

Cargo Building 5 - Floor 2, Phuket International Airport, Sanambin Road, Moo 6,

Mai kwaw, Thalang, Phuket 83110, Thailand.

 

Tel  : 076-351329,          076-351275           Tel & Fax  :  076-328628

 

E-mail   :              

                   account@skytrade.services

                   export@skytrade.services

                   import@skytrade.services

 

 

Office Hour  :   8.30 a.m. - 05.00 p.m.  Open  Daily

 

บริษัท  สกายเทรดเซอร์วิสเซส  จำำกัด (สำนักงานใหญ่)

223/1 หมู่ 3, ถ.เทพกระษัตรี  ต.ศรีสุนทร  อ.ถลาง  จ.ภูเก็ต  83110 

 

โทร. 076-604549       โทรสาร  076-604594       มือถือ  081-9682329

 

 

 

บริษัท  สกายเทรดเซอร์วิสเซส  จำกัด (สำนักงานสนามบิน)

สนามบินนานาชาติภูเก็ต   อาคารคาร์โก 5 ชั้น 2    หมู่ 6  ถ.สนามบิน  ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต 83110 

 

โทร. 076-351329,     076-351275             โทร. และ แฟกซ์   076-328628

 

เปิดบริการ ทุกวัน  เวลา  8.30 - 17.00 น.

 

สายด่วน 081-9682329   คุณ ติ๋ม  เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ทุกวัน

 

 

ku

 

 

ku

ku

ku

 

 

 

ku

 

ku
 
Online:  2
Visits:  81,641
Today:  529
PageView/Month:  3,979